ผลตอบแทนพันธบัตร คือเปอร์เซ็นต์ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือครองพันธบัตรจนครบกำหนด สำหรับเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ การทำความเข้าใจผลตอบแทนพันธบัตรเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลมีอิทธิพลต่อมูลค่าสกุลเงินและผลตอบแทนจากการเทรดแบบ Carry Trade
ผลตอบแทนถูกกำหนดโดยอัตราคูปองของพันธบัตร (การจ่ายดอกเบี้ยคงที่) ราคาตลาดปัจจุบัน และเวลาที่เหลือจนกว่าจะครบกำหนด เมื่อราคาพันธบัตรลดลง ผลตอบแทนจะสูงขึ้น และในทางกลับกัน ความสัมพันธ์แบบผกผันนี้ส่งผลโดยตรงต่อตลาดสกุลเงินและกลยุทธ์การเทรด
ประเภทของผลตอบแทนพันธบัตร
- ผลตอบแทนปัจจุบัน (Current Yield): รายได้คูปองต่อปีหารด้วยราคาตลาดปัจจุบันของพันธบัตร
- ผลตอบแทนจนครบกำหนด (Yield to Maturity - YTM): ผลตอบแทนรวมหากถือจนครบกำหนด โดยคำนึงถึงราคาปัจจุบัน การจ่ายคูปอง และเวลาที่เหลือ
- ผลตอบแทนจนกว่าจะถูกเรียกคืน (Yield to Call - YTC): คล้ายกับ YTM แต่สมมติว่าผู้ออกเรียกคืนพันธบัตรก่อนครบกำหนด
- ผลตอบแทนที่ต่ำที่สุด (Yield to Worst - YTW): ผลตอบแทนที่เป็นไปได้ต่ำที่สุด โดยพิจารณาจากโครงสร้างพันธบัตรและสภาวะตลาด
ความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับเทรดเดอร์
ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk): อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะลดราคาพันธบัตร ทำให้เกิดการขาดทุนหากคุณขายก่อนครบกำหนด ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk): พันธบัตรที่มีผลตอบแทนสูงมักมาจากผู้ออกที่อ่อนแอกว่า ซึ่งมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สูงกว่า ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk): พันธบัตรบางประเภทขายได้ยากในราคาที่เหมาะสมอย่างรวดเร็ว
ผลตอบแทนพันธบัตรเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ Carry Trade ซึ่งเทรดเดอร์ใช้ประโยชน์จากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงิน การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสามารถทำให้สกุลเงินของประเทศแข็งค่าขึ้นได้ เนื่องจากนักลงทุนแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น







